1 ตุลาคม ฉลองนักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู

1 ตุลาคม ระลึกถึงนักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู พรหมจารี และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (St Thérèse of the Child Jesus, Virgin & Doctor, memorial)

มารี ฟร็องซัวส์ เทแรส (Marie Francoise Thérèse) เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1873 เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนทั้งหมด 9 คน จากครอบครัวที่ศรัทธาแห่งอะลังซอง (Alencon) ประเทศฝรั่งเศส ทั้งคุณพ่อ Louis และคุณแม่ Zelie Martin ของท่านนักบุญเคยคิดที่จะเจริญชีวิตเป็นนักบวชมาก่อน แต่พระเจ้าทรงทดแทนให้ท่านทั้งสองโดยรับลูกๆของพวกท่านถึง 5 คนให้ได้ไปเป็นนักบวช หนูน้อยเทเรซาตั้งแต่อายุ 9 ขวบเป็นต้นมาได้พยายามตามบรรดาพี่ๆของเธอไปที่อารามคณะคาร์เมไลท์ไม่สวมรองเท้าที่เมือง ลีซีเออซ์ (Lisieux) ขณะที่เธอมีอายุได้ 14 ปี พระสังฆราชก็ยังพิจารณาเห็นว่าเธอยังเด็กไปที่จะเข้าอาราม ดังนั้นในปีศักดิ์สิทธิ์เธอได้เดินทางไปที่กรุงโรม และได้ร้องขอเป็นการส่วนตัวต่อสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 13 ให้อนุมัติแก่เธอเป็นพิเศษเพื่อจะได้เข้าอาราม ในที่สุด ท่านก็ได้รับการต้อนรับให้เข้าอารามได้จาก Mother Prioress ในขณะที่อายุเพียง 15 ปีเท่านั้น

ซิสเตอร์เทเรซา แห่งพระกุมารเยซู ซึ่งใครๆก็เรียกเธอด้วยชื่อนี้ ได้รับคำชื่นชมโดยเห็นได้ชัดว่าเป็นผลิตผลแห่งพระหรรษทาน เธอได้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและรวดเร็วในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ จนกระทั่งเมื่ออายุ 22 ปีก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนวกจารย์ – ความซื่อแบบเด็กๆ ความสุภาพที่ปรากฏออกมาภายนอก การเสียสละอุทิศตนอย่างสม่ำเสมอ และความรักต่อพระเจ้าอย่างไม่มีขอบเขต รวมถึงความไว้วางใจในพระองค์โดยสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้คือคุณธรรมที่โดดเด่นในชีวิตของเธอ “ไม่มีใครจะวอนขอมากเกินไปจากพระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพและทรงเมตตาสงสาร เขาจะได้รับจากพระองค์จริงๆตามสัดส่วนของความไว้วางใจที่เขามีต่อพระองค์” แต่โดยผ่านทาง “หนทางเล็กๆ” (Little Way) ของเธอ ในการกระทำหน้าที่เล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันอย่างครบครันด้วยความรักต่อพระเจ้า ก็ได้กลายเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจสำหรับคนธรรมดาอย่างมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งเธอได้เปิดเผยในหนังสืออัตชีวประวัติที่มีชื่อเสียงของเธอที่ชื่อว่า “เรื่องเล่าของวิญญาณดวงหนึ่ง” (The Story of a Soul) ซึ่งเธอได้เขียนเพราะความนบนอบ “อย่าทำตนให้เด่นในทุกสิ่ง อย่าบ่นว่า อย่าบอกว่าตนไม่สบาย จงแสดงความเป็นมิตรอย่างพิเศษกับคนเหล่านั้นที่ใจจืดใจดำกับเรา จงให้คำตอบอย่างหลักแหลมด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ” – เหล่านี้คือ สิ่งที่เธอปฏิบัติจริง

ในช่วงระยะเวลาเก้าปีครึ่งในการใช้ชีวิตอยู่ในอารามเธอไม่ได้ทำตัวโดดเด่น แต่กลับวางตัวเป็นธรรมชาติมากจนว่าเธอสามารถผ่านเวลานี้ไปโดยไม่เป็นที่สังเกต สิ่งที่เธอตั้งใจทำเป็นพิเศษ คือเธอรู้สึกว่าจะต้องช่วยบรรดาพระสงฆ์และบรรดามิชชันนารีของพระศาสนจักร ดังนั้น เธอจึงสวดภาวนาและทำพลีกรรมเพื่อพวกเขา และหลังจากการตายต่อตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ (เธอเคยใฝ่ฝันจะเป็นมรณสักขีตั้งแต่วัยเด็ก) เธอได้มอบถวายตนด้วยความอ่อนหวานและความอดทนขั้นวีรกรรม ให้เป็นเสมือนเชลยของความรักเปี่ยมเมตตาของพระเจ้า เธอได้สิ้นชีพเพราะวัณโรคเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ.1897 เมื่อมีอายุ 24 ปี “มีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องทำเมื่อเราอยู่ในโลกข้างล่างนี้ คือรักพระเยซูเจ้า และช่วยวิญญาณต่างๆ ให้รอด เพื่อพระองค์จะทรงได้รับความรักมากขึ้น”

ได้รับแต่งตั้งเป็นบุญราศี ในปี ค.ศ. 1923 และได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ปี ค.ศ.1925 โดยพระสันตะปาปาปีโอที่ 11 ชื่อของท่านนักบุญที่ว่า “ดอกไม้น้อยๆ” (the Little Flower) กลายเป็นชื่อที่คนรู้จักกันอย่างกว้างขวาง ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของบรรดานักบิน ของประเทศรัสเซีย และพร้อมกับนักบุญฟรังซิสเซเวียร์ ของประเทศมิสซังทั้งหลาย และท่านยังได้รับการประกาศเป็นนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักรในปี ค.ศ.1997 โดย นักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา

ถอดความโดย คุณพ่อวิชา หิรัญญการ

จากหนังสือ Saint Companions For Each Dayเขียนโดย A.J.M. Mausolfe และ J.K. Mausolfe